All Insights
Client RetentionAgency ModelMeasurement

ธุรกิจที่ลูกค้าไม่มีอะไรผูกมัดให้กลับมา — แล้วอะไรทำให้เขากลับมา

งานโปรเจกต์คือโมเดลที่ลูกค้าหายมากที่สุดในบรรดาเอเจนซี เพราะจบงานคือจบสัญญา การที่ลูกค้ากลับมาจึงเป็นสัญญาณคนละแบบกับธุรกิจที่มีสัญญารายปี

2026-08-17 · 2 min read

รายงานของ Focus Digital ที่เก็บข้อมูลเอเจนซีการตลาดช่วงมกราคม–เมษายน 2026 แยกอัตราลูกค้าหายต่อปีตามรูปแบบการจ้าง: จ้างรายปีแบบ retainer หาย 18% แบบผสม 28% แบบวัดผลลัพธ์ 33% และ **แบบจ้างเป็นโปรเจกต์หาย 42%** — สูงที่สุดในทุกโมเดล โดยลูกค้าโปรเจกต์อยู่กับเอเจนซีเฉลี่ยราว 24 เดือน เทียบกับ 56 เดือนของลูกค้า retainer (หมายเหตุ: รายงานไม่ได้ระบุขนาดกลุ่มตัวอย่างหรือวิธีเก็บข้อมูล จึงควรอ่านเป็นภาพแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขชี้ขาด)

จุดที่รายงานพูดตรงและน่าสนใจกว่าตัวเลขคือ ตัวเลข 42% ไม่ได้แปลว่าลูกค้าไม่พอใจ — งานโปรเจกต์จบเมื่อของส่งมอบเสร็จ นั่นคือธรรมชาติของโมเดล ไม่ใช่คำตัดสินคุณภาพ แต่ความจริงอีกด้านก็ตามมาด้วย: เมื่อไม่มีสัญญารายปีคอยยึดไว้ ลูกค้าที่กลับมาจึงกลับมาเพราะ **เลือกเอง** ทุกครั้ง ธุรกิจอีเวนต์อยู่ในกลุ่มนี้เต็มตัว ทุกงานคือการตัดสินใจใหม่หมด ไม่มีอะไรบังคับให้เขาโทรหาเจ้าเดิม การกลับมาในธุรกิจแบบนี้จึงเป็นสัญญาณคนละชนิดกับการต่อสัญญาในธุรกิจที่มี retainer — อันหนึ่งคือความเฉื่อย อีกอันคือการเลือก

3 จุดที่เอาไปใช้ได้

  • อย่าเทียบอัตราลูกค้ากลับมาข้ามโมเดลธุรกิจ — 80% ในธุรกิจ retainer กับ 40% ในธุรกิจโปรเจกต์ ไม่ได้แปลว่าอันแรกดีกว่า เพราะแรงที่ยึดลูกค้าไว้คนละชนิดกัน
  • ในงานโปรเจกต์ ความทรงจำของลูกค้าคือสัญญาฉบับเดียวที่เหลืออยู่ — สิ่งที่เขาจำได้ตอนต้องเลือกเจ้าใหม่คือประสบการณ์ตอนทำงานด้วย ไม่ใช่ข้อเสนอในเอกสาร
  • ตอนจบงานคือจุดที่คนส่วนใหญ่ปล่อยมือ — แต่มันคือจุดเริ่มของการตัดสินใจครั้งหน้า สรุปผลที่ส่งให้หลังงานคือสิ่งที่ลูกค้าเอาไปใช้ต่อในองค์กรเขา และเป็นเหตุผลที่เขาอธิบายให้เจ้านายฟังได้ว่าทำไมจะจ้างเจ้าเดิมอีก
  • วัดการกลับมาแยกจากยอดขาย — ยอดขายบอกว่าปีนี้เป็นอย่างไร สัดส่วนลูกค้าที่กลับมาบอกว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร

มุมของ alamode

ตัวเลขที่เราถือคือ 45% ของลูกค้ากลับมาใช้เราอีก ในธุรกิจที่จบงานคือจบสัญญาและไม่มีอะไรผูกมัดใครไว้ เราจึงไม่ได้มองมันเป็นตัวเลขการตลาด แต่มองเป็นผลของสิ่งที่ทำตอนงานจบ: ทุก KPI ที่ตกลงกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกมีแผนวัดผลตั้งแต่ขั้นตอนที่สอง และมีสรุปผลส่งกลับในขั้นตอนที่สี่ ลูกค้าจึงมีหลักฐานไปคุยต่อในองค์กรของเขาเอง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่างานผ่านไปด้วยดี และคนที่ออกแบบงานคือคนเดียวกับที่อยู่หน้างานวันจริง ความทรงจำที่เขาได้จึงเป็นความทรงจำกับทีม ไม่ใช่กับใบเสนอราคา (ตัวเลข 45% เป็นสถิติภายในของเราเอง คนละชุดกับตัวเลขในรายงานข้างต้น และวัดคนละอย่าง — เทียบตรง ๆ กันไม่ได้)